2005/Nov/02

ฮาโหล...พอดีวันนี้แวะเข้าไปเยี่ยม Blog ของเพื่อนมา เลยได้ฟังเพลง เริ่มจากร้อย

ของ Pink ชุดใหม่ พูดถึงก็ทำให้นึกถึงนักร้องนำวงนี้ทุกที...ก็สาว "เอ้" ไง

มันก็ไม่ใช่อะไรหรอก พอดีเค้าเป็นเพื่อนเก่าน่ะ เรียนมัธยมที่เดียวกันมา 3 ปี

พอขึ้นม. 4 เค้าก็ย้ายไปเรียนที่อื่น

จำได้ว่าตอนนั้น เอ้ เป็นเด็กขี้อายมากเลย แต่น่ารัก ทั้งขาว สวย

และก็มีมนุษยสัมพันธ์ดี

เอ้ อยู่ห้อง 1 แต่เราอยู่ห้อง 4 ที่มาเป็นเพื่อนกันได้ ก็เพราะว่า

สองห้องนี้เป็นห้อง King กับ Queenน่ะ พอมีงานอะไร...อาจารย์ก็จะจับให้

สองห้องนี้ ได้ร่วมมือกันทำงานหรือจัดงานทุกที ก็เลยสนิทกันไป

--- มีอยู่วันนึงต้องไปเรียนพิเศษวันเสาร์ แล้วตอนเช้ารถที่แล่นผ่าน

ไปมาหน้าโรงเรียนจะเยอะมาก ก็เลยเกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้น

นั่นคือ เอ้ ถูกรถชน แล้วก็มีข่าวแว่วว่า ตอนที่เอ้ ฟื้นขึ้นมาน่ะ

จำอะไรไม่ได้เลย ข่าวนี้กระจายไปทั่วโรงเรียนอย่างรวดเร็ว

ทุกคนเป็นห่วงก็เลยรีบไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลกันใหญ่ หารู้ไม่โดนหลอก

เธอกลัวไม่มีใครมาเยี่ยมเลยให้เพื่อนที่ไปส่งโรงพยาบาลมาช่วยกระจายข่าว

อ่ะนะ แต่พวกเราก็ดีใจที่เค้าไม่เป็นอะไรมาก หลังจากวันนั้น เอ้ เปลี่ยนไป

จากเป็นคนขี้อาย ก็กลายเป็นคนที่เริ่มมีความกล้ามากขึ้น

เห็นได้ชัดจากวันที่ทุกคนต้องเข้าค่าย ทุกครั้งที่มีการแสดงหน้ากองไฟ

หรือการแสดงที่ต้องใช้อาสาสมัครน่ะ เธอจะเป็นคนแรกที่เดินออกไปหน้าแถว

แล้วก็คว้าไมค์มาครองไว้คนเดียว แบบว่าไมค์ฉันใครอย่าแตะ

นึกทีไรก็ขำทุกที...เรายังจำเพลงที่เธอร้องได้อยู่เลย

" เตี้ยลงสะละวันเตี้ยลง เตี้ยลงสะละวันเตี้ยลง เตี้ยลงหน่อยสะละวันเอ๊ย... "

แต่เราก็ดีใจนะ ที่ตอนนี้เค้าได้เป็นนักร้องดั่งใจฝันแล้ว

แม้จะไม่ได้เจอกันมาหลายปี แต่ก็ยังคิดถึงเอ้เสมอ

ไม่รู้ว่าถ้าเจอแล้วเข้าไปทักเค้าเนี่ย จะจำเราได้รึเปล่าก็ไม่รู้...

ยังไงก็เราจะเป็นกำลังใจให้ตลอดไปนะ เอ้ เพื่อนรัก


edit @ 2005/11/02 11:24:27

2005/Oct/27

โอย...รู้สึกว่างยังไงก็ไม่รู้ก็เลยมานั่งอัพไดดีกว่า...แต่ก็อีกแหล่ะ อัพทีก็ไม่รู้จะเขียนอะไร เอางี้ดีกว่า พอดีตอนนี้กำลังเขียนหนังสืออยู่เล่มนึง ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเท่าไหร่ เพราะเริ่มเขียนได้ประมาณ 3 เรื่องเอง กะว่าจะต้องรีบทำให้เสร็จก่อนเรียนจบน่ะ จะเอาไว้ให้เพื่อนๆเป็นของขวัญวันรับปริญญา ช่วงนี้ก็เลยไม่ค่อยว่างมาอัพได หวังว่าเพื่อนๆคงเข้าใจนะ

วันนี้ก็เลยตัดมาให้อ่านเรื่องนึง เอามาลงให้เพื่อนๆอ่านเล่นๆไปก่อน พอเรียกน้ำย่อยได้บ้าง เดี๋ยวถึงเวลาจะมีให้เป็นเล่มเลย...


A pen and a pencil

Drawing was my best subject that Ive learned when I was a kid. I could draw anything I want and coloured it as much as I could. Every pictures came from our imagination and creation. I always felt happy when I put my dreams on the paper.

If one day we have to choose between a pen or a pencil to draw our love, which one will you choose?

Everybody would say a pen but for me, I would say a pencil.

There is a reason, why why why?

People, who choose a penbecause pen cant be rub easily.

It means that these people want their love to stay forever just like their heartno one can tear them apart.

People, who choose a pencilbecause pencil needs someone to look after and care. So, the pencil lead couldnt break easily.

These people want their love to be care forever just like babies that we have to look after all the time.

A pen and a pencil are still different.

When we want to write something just take a pen and write down some message but an ink wont last foreverone day it will dry out and wont be advantageous anymore. It isnt like a pencilbefore we use, we have to sharpen the pencil first then we can use it and the lead wont finish. We can use it until it is short. But rememberno one use a pencil until the end of it.

We will throw the pen away when there is no more ink, but well still keep the pencil because it still can be use. Like lovealthough loves getting smaller but it wont come to an end.

Little love but last forever

2005/Oct/20

ถ้ามีคนมาถามฉันว่า ความรักเปรียบเหมือนวิชาใด ฉันจะรีบตอบโดยไม่ลังเลใจเลยว่า

" วิชาคณิตศาสตร์ "

เพราะว่ามันเป็นวิชาที่หลายคนมองว่ายาก ทั้งที่ความจริงแล้ว โจทย์ทุกข้อที่ให้เราค้น

หาคำตอบนั้น มันมีสูตรตายตัวอยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องนำมาใช้ให้ถูกต้อง ก็จะสามารถหา

คำตอบได้ไม่ยากนัก

ความรักก็เหมือนกัน คงไม่มีคำตอบรอเราอยู่ตั้งแต่นาทีแรกที่ได้พบ เราจึงต้องเรียนรู้อะไร

อีกมากมายเพื่อหาคำตอบที่ลงตัวที่สุดให้กับหัวใจ

สิ่งสำคัญที่สุดเหมือนการทำข้อสอบเลขก็คือ ต้องมีสมาธิและอย่าเพิ่งยอมแพ้เพียงแค่ได้

เห็นตัวเลขมากมายในนั้น ค่อยๆคิดว่าต้องใช้สูตรไหนมาแทน ต้อง บวก ลบ คูณ หรือหาร

เครื่องหมาย " บวก "อาจแทนความห่วงใย

เครื่องหมาย " ลบ " อาจแทนความไม่เข้าใจ

เครื่องหมาย " คูณ " อาจแทนความรัก

เครื่องหมาย " หาร " อาจแทนความผิดหวัง


สำหรับความรักแล้ว...

ความลงตัว กับ ความถูกต้อง เป็นคนละเรื่องกัน

บางครั้ง_ความรักก็สั่งให้เราทำเรื่องที่ผิด ด้วยเหตุผลที่ถูก

โดยมีหัวใจเป็นคุณครูช่วยพิจารณาให้คะแนน

คงไม่เป็นไร_ถ้าเราจะแกล้งทำเลขบางข้อผิดบ้าง

เราอาจจะเรียนรู้กันมาตั้งแต่อนุบาลแล้วว่า...

" 1 + 1 = 2 "

แต่โจทย์คณิตศาสตร์ข้อที่ว่าด้วยความรักแล้ว

เราเชื่อมาตลอดว่า...

" 1 + 1จะต้องเท่ากับ 1 "

นั่นคือ " ฉัน + เธอ = เรา "

คนสองคนรักกัน...ถ้ารู้สึกว่าเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว จะบวก ลบ คูร หาร ยังไง

ความรักก็จะกระซิบบอกหัวใจว่า " ลงตัว " ได้อย่างพอดีเลยทีเดียว



edit @ 2005/10/20 13:56:15

edit @ 2005/10/20 13:58:50